กระจกแต่ละประเภทนอกจากจะแตกต่างกัน เพียงรูปลักษณ์หรือความหนา แต่ยังมีคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันเสียง และการควบคุมความร้อนที่แตกต่างกัน การเลือกกระจกให้เหมาะสมจึงควรเริ่มจากการทำความเข้าใจวัตถุประสงค์ของพื้นที่และประสิทธิภาพที่โครงการต้องการ

กระจกเทมเปอร์ (Tempered Glass)
กระจกเทมเปอร์คือกระจกที่ผ่านกระบวนการให้ความร้อนและทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็ว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้มากกว่ากระจกทั่วไป โดยกระจกเทมเปอร์ของ AGC ระบุว่ามีความแข็งแรงกว่ากระจกธรรมดาประมาณ 3–5 เท่า
เมื่อกระจกแตก ลักษณะการแตกจะแตกออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ลักษณะคล้ายเม็ดข้าวโพด ช่วยลดความเสี่ยงจากเศษกระจกแหลมคม จึงเหมาะกับบริเวณที่มีการใช้งานบ่อยหรือมีโอกาสได้รับแรงกระแทก เช่น
- ประตูและผนังกระจก
- ฉากกั้นห้องน้ำ
- หน้าร้านและโชว์รูม
- ราวกันตกบางรูปแบบ
- โต๊ะ ชั้นวาง และงานตกแต่งภายใน
กระจกลามิเนต (Laminated Glass)
กระจกลามิเนต ประกอบด้วยกระจกอย่างน้อย 2 แผ่น ยึดติดกันด้วยวัสดุคั่นกลาง เช่น PVB เมื่อกระจกแตก ชั้นฟิล์มจะช่วยยึดเศษกระจกไม่ให้หลุดกระจายออกจากกัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญด้านความปลอดภัยหลังการแตก
กระจกลามิเนตยังสามารถออกแบบให้ช่วยลดเสียง ลดรังสี UV หรือเพิ่มระดับการป้องกันการบุกรุกได้ โดยขึ้นอยู่กับชนิดและความหนาของกระจก รวมถึงวัสดุคั่นกลางที่เลือกใช้ เหมาะสำหรับงาน เช่น
- หลังคากระจกและสกายไลต์
- กระจกบริเวณที่ต้องการป้องกันการตกหล่น
- หน้าต่างใกล้ถนนหรือพื้นที่ที่มีเสียงรบกวน
- กระจกหน้าร้านและพื้นที่ที่ต้องการเพิ่มความปลอดภัย
- ผนังกระจกภายนอกอาคาร
สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมให้นิยามกระจกนิรภัยหลายชั้นว่าเป็นกระจกตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไปที่ยึดติดกันด้วยวัสดุคั่นกลาง ซึ่งช่วยยึดเศษกระจกไว้เมื่อเกิดการแตกร้าว
กระจกอินซูเลท (Insulated Glass Unit: IGU)
กระจกอินซูเลทหรือกระจกฉนวนเป็นชุดกระจกตั้งแต่ 2 แผ่นขึ้นไป โดยเว้นช่องว่างระหว่างแผ่นและปิดผนึกโดยรอบ ช่องว่างดังกล่าวอาจบรรจุอากาศหรือก๊าซเฉื่อย เพื่อช่วยลดการถ่ายเทความร้อนผ่านชุดกระจก
กระจกอินซูเลทจึงเหมาะกับพื้นที่ปรับอากาศหรืออาคารที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ เช่น
- อาคารสำนักงาน
- โรงแรมและโรงพยาบาล
- อาคารสูงและอาคารพาณิชย์
- บ้านที่มีกระจกบานใหญ่
- ห้องที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความร้อนและเสียง
ประสิทธิภาพของกระจกอินซูเลทขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ทั้งชนิดของกระจก ความกว้างของช่องว่าง สารเคลือบผิว และคุณภาพของการประกอบชุดกระจก หากใช้ร่วมกับกระจก Low-E จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความร้อนได้มากขึ้น
สิ่งสำคัญคือ “อินซูเลท” หมายถึงรูปแบบการประกอบเป็นชุดกระจก ไม่ได้หมายความว่ากระจกทุกแผ่นภายในชุดจะเป็นกระจกนิรภัยโดยอัตโนมัติ หากพื้นที่ต้องการความปลอดภัย สามารถเลือกใช้กระจกเทมเปอร์หรือกระจกลามิเนตเป็นส่วนประกอบของชุดอินซูเลทได้
เปรียบเทียบความแตกต่าง
| ประเภทกระจก | จุดเด่น | เหมาะกับงาน |
| กระจกเทมเปอร์ | แข็งแรงและลดอันตรายจากเศษแหลมเมื่อแตก | ประตู ฉากกั้น หน้าร้าน และพื้นที่ใช้งานทั่วไป |
| กระจกลามิเนต | เศษกระจกยังยึดติดกับชั้นฟิล์มหลังแตก | หลังคา ราวกันตก หน้าต่าง และพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย |
| กระจกอินซูเลท | ช่วยลดการถ่ายเทความร้อนผ่านชุดกระจก | อาคารปรับอากาศ บ้านกระจกบานใหญ่ และอาคารที่ต้องการประหยัดพลังงาน |
กระจกทั้งสามประเภทไม่ได้ทดแทนกันในทุกกรณี โครงการหนึ่งอาจใช้กระจกเทมเปอร์ ลามิเนต และอินซูเลทร่วมกัน เพื่อให้ได้ทั้งความแข็งแรง ความปลอดภัย และประสิทธิภาพด้านพลังงาน การกำหนดชนิดและความหนาจึงควรพิจารณาร่วมกับขนาดกระจก ตำแหน่งติดตั้ง ระบบเฟรม แรงลม และข้อกำหนดของโครงการ
แหล่งอ้างอิง

